ผีเร่งเครื่องปิดดีลเอริคเซ่นให้ทันก่อนตลาดวาย

เดลี่ เทเลกราฟ สื่ออังกฤษ รายงานว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เดินหน้าทาบทาม เอริคเซ่น จาก ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา และตอนนี้ก็กำลังตกลงรายละเอียดกับตัวแทนของนักเตะ

รายงานข่าวระบุว่า ปีศาจแดง ยื่นข้อเสนอจำนวน 50 ล้านปอนด์ สำหรับขอซื้อตัว เอริคเซ่น ที่เหลือสัญญาในถิ่น ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ สเตเดี้ยม เป็นปีสุดท้าย แม้ก่อนหน้านี้กองกลางทีมชาติเดนมาร์กเคยได้รับความสนใจจาก เรอัล มาดริด แต่ แดเนียล เลวี่ ประธานสโมสร ไก่เดือยทอง เรียกค่าตัวสูงถึง 130 ล้านปอนด์ก็ตาม

อย่างไรก็ตาม บางแหล่งข่าวอย่าง เดอะ ซัน ระบุตัวเลขที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ยื่นข้อเสนออยู่ที่ 70 ล้านปอนด์ ขณะที่ เมโทร ตีข่าวถึงขั้นว่า ผีแดง ตกลงสัญญากับ เอริคเซ่น ได้แล้ว ค่าเหนื่อยสูงใกล้เคียงกับ พอล ป็อกบา และจะกลายเป็นนักเตะที่ได้รับค่าจ้างมากที่สุดเป็นอันดับสามของสโมสร

งูใหญ่ ใช้ไม้แข็งเตรียมจับ อิคาดี้ ดองเค็มยาวยันหมดสัญญา 2 ปี

หลังจากไม่เป็นที่ต้องการของ อันโตนิโอ คอนเต้ กุนซือใหม่ชาวอิตาเลี่ยน ล่าสุดมีรายงานว่า “งูใหญ่” อินเตอร์ มิลาน ในศึกฟุตบอลกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี เตรียมจับ เมาโร อิคาร์ดี้ หัวหอกตัวเก่งที่มีปัญหากับสโมสรดองเค็มไม่ส่งลงสนามเป็นเวลา 2 ปี ตลอดสัญญาที่เหลือ โดยจะไม่ปล่อยให้ย้ายทีมแน่นอน

กองหน้าตัวเก่งของ งูใหญ่ ไม่เป็นที่ต้องการของ คอนเต้ และมีรายงานว่าสโมสรให้สามารถย้ายทีมได้เลย แต่ล่าสุด Gazzetta dello Sport สื่อแดนพิซซ่าประโคมข่าวอินเตอร์ มิลานเตรียมใช้ไม้แข็งจับเมาโร อิคาร์ดี้กองหน้าจอมป่วนดองเค็มไม่มีส่วนร่วมกับทีมชุดใหญ่ตลอดเวลาที่เหลืออีก 2 ปีในสัญญา

สำหรับปัญหาของ อินเตอร์ จากลีกลูกหนังอิตาลี และ อิคาดี้ มีมายาวนานตั้งแต่เมื่อฤดูกาลก่อนและเกิดดราม่าขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งล่าสุดวานด้า นาราภรรยาของอิคาร์ดี้ที่ทำหน้าที่เป็นเอเยนต์แย้มว่าตัวนักเตะพร้อมอยู่กับทีมต่อไปก่อนย้ายแบบไม่มีค่าตัวในปี 2021

สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้ทีมดังจากลีกอิตาลี ตอบโต้ด้วยการใช้มาตรการเด็ดขาดจับหัวหอกอาร์เจนไตน์แช่แข็งไม่ต้องลงเตะในทุกรายการตลอดเวลา 2 ปีข้างหน้า ส่วนหนทางการแก้ไขปัญหาด้วยการย้ายทีมนั้นดูเหมือนจะจบลงไปแล้วเพราะอิคาร์ดี้ตั้งเส้นตายของตัวเองเอาไว้ภายในเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งจนถึงตอนนี้ล่วงเลยเวลานั้นไปแล้ว

อย่าไงก็ดี ยังเชื่อว่า เชื่อว่ามาตรการล่าสุดนั้นเป็นเพียงการจำกัดไม่ให้อิคาร์ดี้ลงสนามแต่ยังอนุญาตให้เขาร่วมซ้อมกับเพื่อนร่วมทีมและโค้ชเหมือนเดิม และยังต้องใส่ชื่อของ อิคาดี ไว้ร่วมลุยศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ฤดูกาลนี้

ขณะที่ ออเรลิโอ เด ลอเรนติสประธานสโมสรนาโปลี ปฏิเสธเรื่องที่ทีมไม่ได้ยื่นข้อเสนอขอซื้อโรเมลู ลูกากูดาวยิงตู้เย็นจาก”ปีศาจแดง”แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดและเป็นเพียงการปั่นค่าตัวของเอเยนต์

สำหรับ ลูกากู ตกเป็นข่าวลืออย่างหนักกับทั้ง ยูเวนตุส และ อินเตอร์ ที่ให้ความสนใจในตัวเขามาอย่างยาวนาน ขณะเดียวกันก็มีรายงานข่าวเมื่อวานนี้ออกมาว่านาโปลีพร้อมโดดร่วมวงแย่งตัวนักเตะด้วยข้อเสนอเป็นเงินบวกกับอาร์คาดิอุส มิลิค

ลุ้นเชียร์ 3 แข้งเอเชีย พิสูจน์ตัวเองในเวทีฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ

ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2019-20 ที่กำลังจะเปิดฉากขึ้นในช่วงเดือนสิงหาคมนี้ อีกประเด็นที่น่าสนใจอยู่ที่การพิสูจน์ตัวเองของ นักเตะเอเชียที่ไปค้าแข้งในแผ่นดินผู้ดี หลังจาก ซน ฮึง มิน ดาวยิงทีมชาติเกาหลีใต้ทำได้ยอดเยี่ยมกับสเปอร์ส นี่คือ 3 แข้งที่แฟนบอลชาวเอเชีย ต้องจับตาดู

ซน ฮึง มิน

สำหรับกองหน้ารายนี้ ทุกคนรู้จักเขาเป็นอย่างดีในลีกลูกหนังเมืองผู้ดี เพราะนี่คือนักเตะเบอร์ 1 ของเอเชีย โดย ซน ขึ้นชั้นเป็นแข้งระดับโลกไปแล้วด้วยซ้ำ หลังทำผลงานได้ดีในศึก เวิลด์ คัพ 2018 แถมยังเล่นได้ดีอย่างต่อเนื่องกับ “ไก่เดือยทอง”

ในลีกอังกฤษฤดูกาลที่ผ่านมา ซนซัลโวไปแล้ว 11 ประตู จากการลงเล่นรวมทุกรายการ 25 นัด เรียกได้ว่า สเปอร์ส เจอผลกระทบอย่างแน่นอนในช่วงที่ ดาวเตะหน้าตี๋วัย 26 ปี ไปรับใช้ชาติ

โยชิโนริ มูโตะ

ในรายของ มูโตะ เขาถูกสาลิกาดง คว้าตัวมาจาก ไมนซ์ 05 ด้วยค่าตัว 9.5 ล้านปอนด์ เมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา แม้เพิ่งทำได้แค่ประตูเดียวในฤดูกาลที่ผ่านมา แต่ถือเป็นประตูที่น่าจดจำไม่น้อย เพราะเจ้าตัวยิงได้ในเกมที่ นิวคาสเซิ่ล ออกไปพลิกแพ้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด 2-3

ในฐานะกองหน้า และทำประตูได้น้อยไปหน่อย แต่ มูโตะ น่าจะเป็นตัวทีเด็ดสำหรับทัพ “ซามูไรบลู″ ในศึก เอเชียน คัพ และยังไงฤดูกาลนี้ แฟนบอลนิวคาสเซิล จะต้องฝากความหวังไว้ที่เขาแน่นอนในยามที่ทีมเกิดปัญหา

อลิเรซ่า จาฮานบัคห์ช

ดาวซัลโวสูงสุดของศึก เอเรดิวิซี่ ฮอลแลนด์ เมื่อฤดูกาลที่แล้ว และด้วยฟอร์มที่สุดยอดดังกล่าวทำให้ ไบรท์ตัน ยอมทุ่มเงินเป็นสถิติสโมสร ซึ่งคาดว่าราว 17 ล้านปอนด์ คว้าตัวมาร่วมทัพเมื่อซีซั่นที่แล้ว

อย่างไรก็ดี น่าเสียดายที่เจ้าตัวยังแจ้งเกิดไม่ได้ เพราะยังทำประตูไม่ได้เลย จากการลงเล่น 11 นัด ต้องติดตามกันต่อไปว่า ฤดูกาลที่จะถึงนี้ ดาวเตะทีมชาติอิหร่านจะพิสูจน์ตัวเองในเวทีอังกฤษได้หรือไม่

หงส์แดงหวังสานต่อความสำเร็จแชมป์ยุโรป สู่พรีเมียร์ลีกหนแรก

หลังจากเข้ามาปรับจูนทีมอยู่ราวๆ 3-4 ปี ในที่สุด เจอร์เก้น คล็อปป์ นายใหญ่ชาวเยอรมันของลิเวอร์พูล ก็สร้างความสำเร็จแรกให้กับแฟนหงส์แดง ได้สำเร็จหลังจากพาทีมหงส์แดง ผงาดคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก มาครองได้เป็นสมัยแรก ซึ่งจากความสำเร็จดังกล่าวมีโอกาสแค่ไหนที่ ลิเวอร์พูล จะคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ได้ในปีนี้

สำหรับ ชัยชนะของลิเวอร์พูลในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก นำมาซึ่งความสำเร็จให้เแฟนๆทั่วโลกได้เห็น ซึ่งมันมีหลายปัจจัยที่อยู่เบื้องหลังในเรื่องนี้ โดยเจอร์เก้น คล็อปป์ สร้างผลงานที่ดีที่สุดในระยะเวลาเกือบ 4 ปีกับลิเวอร์พูล เขาใกล้เคียงที่จะยุติการรอคอยแชมป์ลีกลูกหนังเมืองผู้ดีในรอบ 29 ปี แต่อีกสามสัปดาห์ต่อมาเขาก็พาทีมคว้าแชมป์ยุโรปสมัยที่ 6 มาครองได้

อย่างไรก็ตาม มันไม่ใช่แค่เรื่องของผู้เล่นและสตาฟฟ์โค้ชเท่านั้นที่ทีมกำลังเดินอยู่ในทิศทางที่ถูกต้อง นับตั้งแต่เจอร์เก้น คล็อปป์ รับงานนี้เมื่อเดือนตุลาคม 2015 ลิเวอร์พูลมีพัฒนาการที่ดีขึ้นมากๆ ซึ่งทำให้ตลอดช่วงที่ผ่านมามีหลายบริษัททั่วโลกสนใจเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งกับทีมเพื่อเป็นสปอนเซอร์ด้วย

ขณะที่ จินี่ ไวนัลดุม กองกลาง ​สโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูล แห่งลีกอังกฤษ ต้องการที่จะคว้าแชมป์เพื่อแฟนบอลอีกครั้งหลังจากประสบความสำเร็จกับถ้วย ​ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา

“เราเป็นสโมสรที่ยิ่งใหญ่มากๆ ทุกที่ที่เราไปทุกคนต่างรู้จัก ลิเวอร์พูล กันทั้งนั้น” ไวนัลดุม กล่าว “ในช่วงวันหยุดของผมได้มีผู้คนมากมายเข้ามาหาพร้อมแสดงความยินดีสำหรับการเป็นแชมป์ แชมเปี้ยนส์ลีก”

อย่างไรก็ดี เยอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือเฮฟวี่ เมทั่ลทีมลิเวอร์พูลทำใจยอมรับสภาพขาด ซาดิโฮ มาเน่ ปีกจรวดทางเรียบในช่วงต้นฤดูกาลใหม่เพราะทัวร์นาเมนต์แอฟริกัน เนชั่นส์ คัพเป็นเหตุ และต้องวางแผนในการออกสตาร์ทฤดูกาลใหม่ทั้งหมด

โดยย้อนกลับไปซีซั่นที่ผ่านมา ดาวเตะวัย 27 ปีถือเป็นคีย์แมนคนสำคัญภายใต้บังเหียนของโค้ช คล็อปป์ ด้วยผลงานดาวซัลโวพรีเมียร์ลีกรวมถึงช่วย “หงส์แดง” ผงาดแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกมาครองได้สำเร็จ

และจากการกรำศึกหนักติดๆกันตั้งแต่กลางซัมเมอร์ที่แล้วลากยาวมาถึงปัจจุบันทำให้ คล็อปป์ เฮดโค้ชชาวเยอรมันไม่อยากเร่งรีบส่ง มาเน่ ลงสนามในช่วงเริ่มต้นซีซั่นและอนุญาตลูกศิษย์ได้พักผ่อนฮอลิเดย์อย่างเต็มก่อนกลับมารายงานตัวปลายเดือนสิงหาคม

ไปได้สวยแค่ไหน ! 4 นักเตะ สังกัดใหม่น่าจับตาศึก ลา ลีกา สเปน 2019/20

ซัมเมอร์นี้แม้ว่าตลาดนักเตะจะยังไม่จบลงดีแต่การเสริมทัพนักเตะของทางฝั่ง ลา ลีกา สเปน ก็คับคลั่งเหมือนเคยในทุก ๆ ปี ขึ้นชื่อว่า ลา ลีกา สเปน แน่นอนว่าลีกนี้เต็มไปด้วยเหล่าซุปเปอร์สตาร์นักเตะมากหน้าหลายตา ที่ยอดทีมอย่าง บาร์เซโลน่า และ เรอัล มาดริด ทุ่มเงินกว้านซื้อเข้ามาเสริมแกร่ง แต่มาในฤดูกาลนี้ แอตเลติโก มาดริด ก็ดูเหมือนว่าไม่อยู่เฉยเพราะพวกเขาก็ควักเงินจำนวนมหาศาลเสริมทัพนักเตะในซัมเมอร์นี้เช่นเดียวกัน

ลา ลีกา สเปน ปีนี้ มันส์หยดติ่งแน่นอน เต็งแชมป์ปีนี้คงหนีไม่พ้น เรอัล มาดริด หรือ บาร์เซโลน่า และ แอตเลติโก มาดริด ทีมที่คอยสอดแทรกคว้าแชมป์ได้ทุกเมื่อ

จากการเสริมทัพลุยตลาดนักเตะรอบนี้ทีมดังแดนกระทิงดุได้คว้า ซุปเปอร์สตาร์ และนักใหม่เข้าทีมหลายคนไม่รู้เหมือนกันว่านักเตะเหล่านี้จะไปได้สวยแค่ไหน วันนี้ทาง sbobet ขอเลือก 4 นักเตะที่น่าจับมองในศึก ลา ลีกา สเปน ฤดูกาล 2019/20 ที่กำลังจะมาถึงนี้มาวิเคราะห์เจาะลึกถึงโอกาสดังและดับกับต้นสังกัดใหม่ เรียบเรียงโดย ลา ลีกา สเปน 2019 อัตราต่อรองเดิมพัน2019

1. เอเด็น อาซาร์ – เรอัล มาดริด

ปีกจอมเทคนิคชาวเบลเยี่ยม ย้ายจาก เชลซี มาร่วมทัพ เรอัล มาดริด ด้วย ค่าตัวเบื้องต้น 89 ล้านปอนด์ โดยอาจเพิ่มขึ้นเป็นสูงสุดถึง 150 ล้านปอนด์ ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับผลงานของ เอเด็น อาซาร์ ในสีเสื้อราชันชุดขาวเองด้วย

การมาของ เอเด็น อาซาร์ สร้างความหวังให้กับแฟน ๆ เป็นอย่างมาก เพราะการขาดหายไปของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ทำให้เกมรุกของ เรอัล มาดริด ไม่หวือหวาหรือหน้าเกรงขามเอาซะเลย

เอเด็น อาซาร์ เป็นนักเตะที่มีเทคนิคการเล่นฟุตบอลที่ยอดเยี่ยม มีความเร็วคล่องตัวและสามารถจบสกอร์ได้อย่างเฉียบคม ตลอด 7 ฤดูกาลของเขากับ เชลซี ยิงประตูเฉลี่ย 10 ประตู ต่อฤดูกาล ซึ่งถือว่าเป็นระดับท็อปของลีก

สำหรับ เอเด็น อาซาร์ กับเรอัล มาดริด มองแล้วไปได้สวยเพราะจะได้ทำงานร่วมกับ ไอดอลของเขาอย่าง กุนซือ ซีเนดีน ซีดาน เชื่อได้เลยว่านักเตะคนนี้จะพา เรอัล มาดริด กลับมายิ่งใหญ่อีกครั้งแน่นอน รายงานจาก ลา ลีกา สเปน 2019 ข่าวฟุตบอล

2. ชูเอา เฟลิกซ์ – แอตเลติโก มาดริด

ดาวรุ่งเจ้าของค่าตัวมหาศาล 113 ล้านปอนด์ กับฉายา นิว คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ซึ่งค่าตัวของวันเดอร์คิดรายนี้สูงเป็นสถิติของสโมสร แอตเลติโก มาดริด และ ติดท็อป 5 อันดับนักเตะค่าตัวแพงที่สุดในโลก

เจ้าหนูวัย 19 ปี รายนี้ แจ้งเกิดอย่างเต็มตัวกับ เบนฟิก้า เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา โดยกดไป 20 ประตูจากการลงสนาม 42 นัดรวมทุกรายการ ซึ่งถือว่าเป็นตัวเลขที่เยอะพอสมควรสำหรับแข้งวัย 19 ปี

ชูเอา เฟลิกซ์ เป็นนักเตะที่มีสกิลเท้าที่ยอดเยี่ยม ความไวและความคล่องตัวของเขาต้องยกนิ้วให้ ความครบเครื่องมีพร้อมมาก ๆ สำหรับทีมชุดใหญ่ ลีลาการเล่นของเขามั่นใจเกินไวจริง ๆ ไม่แน่ว่าในฤดูกาลที่กำลังจะมาถึงหากผลงานโดดเด่นแบบสุดขีด ยุคใหม่ของโลกฟุตบอลจะมีชิ่อของเขาเป็น แคนดิเดต นักเตะอันดับหนึ่งของโลกสูสีกับ คีเลียน เอ็มบัปเป้ และรุ่นพี่ก็เป็นได้

เรื่องการปรับตัวไม่ค่อยกังวล เด็กคนนี้ดับยาก เพราะกระหายการทำประตูดั่งนักฆ่า นิ่งเกินไว เลือดเย็นราวมีประสบการณ์กับทีมชุดใหญ่มานาน

3. ลูก้า โยวิช – เรอัล มาดริด

กองหน้าชาว เซอร์เบีย ย้ายจาก แฟร้งเฟิร์ต มาร่วมทัพ ราชันชุดขาว ด้วยค่าตัว 60 ล้านยูโร เซ็นสัญญายาวถึงปี 2025 การมาของเขาถูกตั้งคำถามว่า ใครจะเป็นกองหน้าเบอร์ 1 ของทีม ระหว่าง คาริม เบนเซมา และ ตนเอง

สำหรับดาวเตะวัย 21 ปีรายนี้ แจ้งเกิดอย่างเต็มตัวกับ แฟร้งเฟิร์ต โดยฤดูกาลที่ผ่านมา โยวิช มีส่วนสำคัญพา แฟร้งค์เฟิร์ต คว้าแชมป์ เดเอฟเบ โพคาล เมื่อฤดูกาล 2017/18 และเชื่อหรือไม่ว่า ลูก้า โยวิช ที่มีอายุเพียง 21 ปี เคยคว้าแชมป์มามากมาย โดยแชมป์ลีกคว้ามาแล้วถึง 4 ครั้ง

โยวิช ถูกยกให้มีฉายาว่า นิว ฟัลเกา ด้วยทักษะการจบสกอร์ของที่เฉียบคมแบบสุด ๆ ชนิดตุ้มเดียวจอดไม่พูดมากเจ็บคอ แถมยังเคยยิงคนเดียว 5 ประตูในนัดเดียวมาแล้วสมัยค้าแข้งอยู่กับ แฟร้งเฟิร์ต  แถมยังมีความครบเครื่องทั้งความเร็วและลูกกลางอากาศของเขาก็ทำได้ดี

การมีเพื่อนร่วมทีมที่คอยสร้างสรรค์เกมให้เขาที่ดีขึ้น จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้แข้งรายนี้ไปได้สวยกับ เรอัล มาดริด อย่างแน่นอน

4. อองตวน กรีซ์มันน์ – บาร์เซโลน่า

ดาวยิงทีมชาติฝรั่งเศสย้ายข้ามฟากจาก แอตเลติโก มาดริด มาร่วมทัพ เจ้าบุญทุ่ม ด้วยค่าตัวสูงเป็น ท็อป 5 สถิติโลก การย้ายมาของนักเตะรายนี้จะช่วยเติมความโหดในแนวรุก บาร์เซโลน่า เป็นเท่าตัวจากของเก่าที่มียอดเยี่ยมอยู่แล้วก็จะเพิ่มขุมกำลังที่โหดขึ้นไปอีก

เรื่องการปรับตัวกับ ลา ลีกา สเปน หายห่วงไปได้เลย ห่วงเพียงแค่ระบบทีมและการเล่นร่วมกับ ลิโอเนล เมสซี่, หลุยซ์ ซัวเรซ รวมไปถึง ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ ว่าจะผสานงานกันได้ลื่นไหลแค่นั้น แต่จากชื่อชั้นของ กรัซ์มันน์ แล้วเชื่อว่าเจ้าตัวจะไปได้สวยจะ บาร์เซโลน่า แน่นอน

จะไปได้ไกลแค่ไหน ! จับตาอนาคต 5 ดาวเตะสังกัดใหม่บนเวทีพรีเมียร์ลีก อังกฤษ

ขึ้นชื่อว่า พรีเมียร์ลีก อังกฤษ แน่นอนว่าไม่มีอะไรง่ายดาย ไม่แปลกใจที่ลีกนี้จะถูกยกให้เป็นลีกอันดับหนึ่งของโลกฟุตบอลในปัจจุบัน ด้วยความท้าทายของบรรดาแข้งจากต่างลีก และบรรดาดาวรุ่งที่ยากเหลือเกินจะแจ้งเกิดแบบเต็มตัวบนเวทีแห่งนี้

ฤดูกาลที่ผ่านมาถือว่าเป็นฤดูกาลที่เข้มข้นไม่ใช่น้อย เพราะนอกเหนือจากการแย่งแชมป์จนนัดสุดท้ายระหว่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ ลิเวอร์พูล การแข่งขันเพื่อชิงตั๋วไปเล่น ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ก็ดุเดือดเข้มข้นไม่แพ้กันเลย

ฤดูกาลที่ผ่านดาวรุ่งเด่น ๆ ที่ผุดขึ้นมาแจ้งเกิดมีอยู่เพียงไม่กี่คน ที่เห็นได้ชัดเลยคือ ฟิล โฟเด้น ของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไหนยังจะมีสถิตินักเตะที่อายุน้อยที่สุดที่ลงเล่นกับชุดใหญ่บนเวทีพรีเมียร์ลีก อังกฤษ อย่าง ฮาร์วี่ย์ เอลเลียตต์ แข้งพรสวรรค์สูงของ ฟูแล่ม ซึ่งตอนนี้น่าจับตาเป็นอย่างมากเพราะได้ย้ายไปร่วมทัพกับทีมในฝันอย่าง หงส์แดง ลิเวอร์พูล

วันนี้ ขอเลือกหยิบดาวรุ่งที่น่าจับตามอง มา 5 คนที่เราคิดว่าน่าจะฉายแสงบนเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2019/20 เรียบเรียงโดย พรีเมียร์ลีก อังกฤษ 2019 อัตราต่อรอง

ฟิล โฟเด้น – แมนเชสเตอร์ ซิตี้

ดาวเตะวัย 19 ปี ก้าวขึ้นมาจากชุดเยาวชนของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ซึ่งหลายคนรู้ดีว่าการก้าวขึ้นมาจากชุดเยาวชนของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เป็นเรื่องที่ยากมาก เพราะปฏิเสธไม่ได้เลยว่า เรือใบสีฟ้า มักจะใช้เม็ดเงินเพื่อสร้างทีมของพวกเขา

การได้รับโอกาสลงสนามให้กับทีมชุดใหญ่จาก เป๊ป กวาดิโอลาร์ ทำให้ดาวรุ่งรายนี้ถูกจับตามองจากบรรดาสื่อใหญ่ ๆ ทั่ววงการลูกหนัง

ซึ่งฤดูกาลที่ผ่านมา ฟิล โฟเด้น ก็ได้ลงสนามวาดลวดรายให้กับทีมชุดใหญ่ซึ่งเจ้าหนูรายนี้ ก็ไม่ทำให้ เป๊ป กวาดิโอลาร์ และแฟน ๆ เรือใบสีฟ้า ผิดหวัง

สำหรับ ฤดูกาล 2019/20 ที่กำลังจะมาถึง เจ้าหนู ฟิล โฟเด้น คงได้รับโอกาสลงสนามมากขึ้น จากเหตุผลที่ว่า ดาบิด ซิลบา อยู่ในช่วงโรยราเต็มที่แล้ว ไม่แปลกใจที่เราจะได้จดจำชื่อของ ฟิล โฟเด้น ให้ชัดเจนมากขึ้น ข้อมูลจาก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ 2019 อัพเดต

ไรอัน บริวสเตอร์ – ลิเวอร์พูล

กองหน้าสัญชาติอังกฤษรายนี้ ถูกตั้งความหวังไว้กับแฟน ๆ ไว้อย่างสูงมาก ด้วยลีลาการเล่นที่คล่องตัวสูง ว่องไวและมีเท้าขวาในการจบสกอร์ได้อย่างยอดเยี่ยม

ช่วงซัมเมอร์นี้ดาวเตะวัย 19 ปี มีหลาย ๆ สโมสรให้ความสนใจดึงตัวไปร่วมทีมในสัญญายืมตัว แต่โดนปฎิเสธจาก เยอร์เก้น คล็อปป์ ไปทั้งหมดด้วยเหตุผลที่ว่า กุนซือชาวเยอรมัน ให้ความสำคัญและประเมิณความสามารถของแข้งดาวรุ่งหลายนี้ไว้สูงมาก

และแน่นอนว่า ฤดูกาลที่กำลังจะมาถึงนี้ ไรอัน บริวสเตอร์ จะได้รับโอกาสการลงสนามที่มากขึ้นจาก เยอร์เก้น คล็อปป์ อย่างแน่นอน

อารอน วาน-บิสซาก้า – แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

สำหรับแข้งใหม่ของ ปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด รายนี้ย้ายเข้าร่วมทัพด้วยราคาค่าตัว 50 ล้านปอนด์ ซึ่งแฟน ๆ หลายคนมองว่าเป็นราคาที่สูงพอตัว แต่ก็มีแฟนบอลหลายคนมองว่านี่จะเป็นเม็ดเงินที่คุ้มค่ามากแน่ ๆ

ช่วงฤดูกาลที่ผ่านมา แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีปัญหาเรื่องของเกมรับเอามาก ๆ แน่นอนว่าการแก้ปัญหาที่ตรงจุดในการดึงตัว วาน-บิสซาก้า เข้ามาอาจจะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของฟอร์มการเล่น ปีศาจแดง ในฤดูกาล 2019/20

วาน-บิสซาก้า มีสไตล์การเล่นที่ดุดันและมีสปีดเท้าที่รวดเร็ว มีแข็งแกร่งของร่างกายที่ดีมาก ๆ เชื่อเหลือเกินว่า ฤดูกาล 2019/20 จะเป็นฤดูกาลที่ยอดเยี่ยมของ อารอน วาน-บิสซาก้า กับ ปีศาจแดง อย่างแน่นอน

แฮร์รี่ วิลสัน – ลิเวอร์พูล

แข้งพรสวรรค์สูงอย่าง แฮร์รี่ วิลสัน ถูกยกให้เป็นดาวรุ่งที่น่าจับตามองมาสักพักแล้วจากการติดทีมชาติชุดใหญ่เพียงแค่วัย 16 ปี เพียงแต่ไม่ค่อยได้รับโอกาสลงสนามกับทีมชุดใหญ่แบบเต็มเม็ดเต็มเหนี่ยวเท่านั้น

ฤดูกาลที่ผ่านมา แฮร์รี่ วิลสัน ถูกปล่อยยืมตัวไปเล่นให้กับ ดาร์บี้ เคาท์ตี้ และทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม ดาวเตะชาว เวลส์ รายนี้มีลูกยิงไกลเป็นลูกทีเด็ดมีสกิลเลี้ยงบอลที่ยอดเยี่ยม ลูกฟรีคิกของเขาก็ไม่น้อยหน้าใครเลย

ซัมเมอร์นี้ มีข่าวว่าหลาย ๆ สโมสรบนเวทีพรีเมียร์ลีก อังกฤษ แสดงความสนใจดึงตัวไปร่วมทีม แต่มองแล้ว คล็อปป์ คงไม่ปล่อยไปง่าย ๆ แน่ โดยเฉพาะ เชลซี ของ แฟร้งก์ แลมพาร์ด ที่หากสโมสรพ้นโทษแบนการซื้ตัวเมื่อไหร่ก็พร้อมยื่นข้อเสนอให้ ลิเวอร์พูล พิจารณาในทันที

เมสัน เมานต์ – เชลซี

เมสัน เมานต์ เป็นหนึ่งในผลผลิตในอคาเดมี่ของ เชลซี ที่อยู่กับสโมสรมาตั้งแต่วัย 6 ขวบ และพัฒนาฝีเท้ามาเรื่อย ๆ จนได้รับการจับตามองเป็นอย่างมากในช่วงหลัง บทบาทมิดฟิลด์ตัวรุกของเขาเป็นที่น่าสนใจอย่างมาก ด้วยลีลาการเล่นที่ไปปกับบอลได้ดี อีกทั้งยังมีทักษะการจ่ายบอลที่แม่นยำ

โดยก่อนหน้านี้เจ้าหนู เมสัน เมานต์ ได้เซ็นสัญญาระยะยาวกับ สิงห์บูล ไปแล้วเมื่อปี 2017 หลังจากนั้นถูกปล่อยยืมให้กับสโมสร วิเทสส์ ทีมในลีกดัตช์ เป็นเวลา 1 ฤดูกาล ซึ่งลงสนาม 39 นัด ยิงไป 14 ประตู และฤดูกาลที่ผ่านมาได้ย้ายค้าแข้งอยู่กับ ดาร์บี้ เคาน์ตี้ ในสัญญายืมตัวภายใต้การคุมทัพของ อย่าง แฟร้งค์ แลมพาร์ด

มาถึงฤดูกาลนี้ แลมพาร์ด ได้โอกาสก้าวขึ้นมาคุมทีม เชลซี และได้เรียกร้องให้ บอร์ดบริหารจัดการต่อสัญญากับ เมสัน เมานต์ โดยด่วนที่สุด ถ้าเป็นแบบนี้แล้วรอดูโอกาสของ เมสัน เมานต์ ในฤดูกาล 2019/20 ได้เลย

เก็บตก 3 แข้งฟอร์มเด่นและเนื้อหอมขึ้นหลังโคปา อเมริกา 2019

ปิดฉากลงไปแล้วสำหรับศึกฟุตบอลชิงแชมป์ทวีปอเมริกาใต้ หรือ โคปา อเมริกา 2019 ที่บราซิล ซึ่งตำแหน่งแชมป์ตกเป็นของทีมแซมบ้า บราซิล แต่ขวัญหลงที่ยังถูกพูดถึงต่อเนื่องคือบรรดาแข้งฟอร์มเด่งจากรายการนี้ ซึ่งกำลังได้รับความสนใจจากทีมยักษ์ใหญ่ในยุโรป และนี่คือ 3 นักเตะที่ฟอร์มเด่นประจำทัวร์นาเมนต์ และมีลุ้นย้ายทีม

เอแดร์ มิลิเตา

หลังจากโชว์ฟอร์มดีกับ ทีมชาติบราซิล ในลูกหนังแดนลาติน รวมถึงกับเอฟซี ปอร์โต้ ตลอดฤดูกาลที่ผ่านมา ทำให้ “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด เปิดตัว เอแดร์ มิลิเตา ปราการหลังทีมชาติบราซิลวัย 21ปี อย่างเป็นทางการ ที่ย้ายมาจาก ปอร์โต้ ทีมดังในลีกโปรตุเกส ด้วยราคา 50 ล้านยูโร

สำหรับรายการนี้ แม้ว่า เอแดร์ มิลิเตา จะไม่ได้ลงสนามเป็นตัวจริงต่อเนื่อง แต่ด้วยฝีเท้าที่ยังสามารถพัฒนาต่อได้ทำให้ได้รับความสนใจจาก เรอัล มาดริด จากลีกสเปนและคว้าตัวไปร่วมทัพเรียบร้อย

ทั้งนี้ สำหรับ เอแดร์ มิลิเตา เป็นแข้งรายที่ 5 ที่ย้ายร่วมทัพราชันชุดขาวในฤดูกาลนี้ ต่อจาก ลูก้า โยวิช เอแด็ง อาซาร์ แฟร์ล็องด์ เมนดี้ และ โรดรีโก้ นั้นเอง

เอแวร์ตอน

ขณะที่แข้งนื้อหอมอีกรายยังคงมาจากทีมบราซิล เมื่อมีรายงานว่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ตกเป็นข่าวกำลังต้องการตัว เอแวร์ตอน ปีกตัวรุกชาวบราซิลหลังนักเตะโชว์ฟอร์มโดนเด่นใน ศึกฟุตบอลโคปา อเมริกา 2019 ที่ผ่านมา

ทีมแชมป์พรีเมียร์ลีก ได้ยื่นข้อเสนอขอซื้อ เอแวร์ตอน จาก เกรมิโอ ด้วยเงินจำนวน 40 ล้านยูโร หลังจากทำประตูให้ต้นสังกัดในปี 2018 ได้ 17 ลูกจากการลงเล่น 43 นัดในทุกรายการ ทำให้เขาติดทีมชาติบราซิล ชุดทำศึก โกปา อเมริกา 2019

ส่วนผลงานในนามทีมชาติ แข้งวัย 23 ปีก็เล่นได้โดดเด่นในทัวร์นาเมนต์นั้นด้วย หลังจากทำไปแล้ว 2 ประตู และล่าสุดเพิ่งช่วยทีมเอาชนะจุดโทษ ปารากวัย 4-3 และช่วยทีมคว้าแชมป์ได้สำเร็จ

เฟเดริโก้ บัลเบร์เด้

มิดฟิลด์ทัพจอมโหดวัย 20 ปีที่ได้ก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในผู้เล่นในทีมชุดใหญ่ของ เรอัล มาดริด เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมาหลังจากที่ย้ายจากสโมสร เปนารอล ในบ้านเกิดมาร่วมทัพ ราชันชุดขาว ตั้งแต่ปี 2016

สำหรับเจ้าหนูรายนี้ ขึ้นชื่อในบทบาทบ็อกซ์-ทู-บ็อกซ์ โดดเด่นกับการหาพื้นที่ว่างและใช้เทคนิคสร้างปัญหาให้กับแนวรับของคู่แข่งพร้อมด้วยปอดเหล็กที่สามารถวิ่งสู้ฟัดขึ้นลงได้ตลอดทั้งเกมเลยทีเดียว

จับตา อาซาร์ ฤดูกาลใหม่ลาสิงห์บลู เป็นกาลาติกอสในศึกลาลีกา สเปน

“ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด เตรียมสร้างทีมกาลาติกอส ภาค 3 ขึ้นมาอีกครั้ง ในศึกลาลีกา สเปน ฤดูกาลนี้ โดยพวกเขาวางแผนกว้านซื้อสตาร์ดังจากลีกต่างๆ มาร่วมทัพ ซึ่งรายแรกอย่าง เอเดน อาซาร์ ยอดปีกตัวเก่งจากเชลซี เป็นคนแรกที่ตบเท้าเข้ามาร่วมทัพแล้วในฤดูกาลนี้ ซึ่งสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับแข้งเบลเยี่ยมในฤดูกาลนี้ มีอะไรบ้างไปติดตามกัน

หลังจากเป็นข่าวเชื่อมโยงกันมายาวนาน ในที่สุด “ราชันชุดขาว” ก็สามารถออกแถลงข่าวอย่างเป็นทางการ โดยยืนยันการ ดึงตัวแนวรุกซูเปอร์สตาร์ของสิงโตน้ำเงินครามมาเสริมทัพ ด้วยสัญญาจนถึงปี 2024 ซึ่งทำให้ เอเดน อาซาร์ กลายเป็นแข้งกาลาติกอส รายที่ 2 ต่อจาก ลูก้า โยวิช ที่ย้ายมาร่วมทีมในลีกลูกหนังแดนกระทิงดุก่อนหน้านี้

หลังจากได้ตัวกัปตันทีมชาติเบลเยี่ยม มาร่วมทีมแล้วยังมีรายงานต่อเนื่องว่า มาดริด ยังต้องการสตาร์ดังอีก 2 ราย และล่าสุดพวกเขาต้องการขาย ฮาเมส โรดริเกวซ เพลย์เมคเกอร์โคลอมเบีย ออกจากทีมเพื่อสมทบทุนคว้าตัว ปอล ป็อกบา จากแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มาร่วมทีมในลีกสเปน​ตลาดซื้อขายนักเตะซัมเมอร์นี้

หากไม่นับเพียง ฮาเมส ยังมี แกเรธ เบล อีกรายที่อยู่ในข่ายต้องย้ายทีมเพื่อระดมทุนซือ ป็อกบา เนื่องจาก ปีศาจแดง ตั้งไว้อย่างสูงลิ่วถึง 150 ล้านปอนด์ทำให้ ราชันชุดขาว ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากปล่อยแข้งในทีมชุดปัจจุบันออกไปเพื่อรักษาสมดุลทางบัญชีหลังจากที่ถลุงเงินกว่า 300 ล้านยูโร

ขณะเดียวกัน การได้ อาซาร์ มาลากเลี้อยทางริมเส้นก็ยิงเป็นเหตุผลทำให้ มาดริด ขาย เบล ได้ง่ายขึ้นเนื่องจากเพลย์เมกเกอร์ทีมชาติเบลเยียม ถือเป็นคู่แข่งโดยตรงของ เบล ในตำแหน่งปีกซ้าย ถึงแม้ว่าดาวเตะสัญชาติเวลส์ จะขยับไปเล่นทางปีกขวาได้ก็ตาม

ด้วยเหตุผลอีกประเด็นที่ ซีดาน รวมถึงแฟนบอล มีแนวคิดเดียวกันก็คือต้องการให้นักเตะย้ายทีม เพราะมองแล้วว่าการที่ เรอัล มาดริด ได้ อาซาร์ ซึ่งเปิดตัวพร้อมกับมีแฟนบอลมาให้กำลังใจกว่า 50,000 คนที่สนามซานติอาโก้ เบร์นาเบว มาร่วมทีม ทำให้ไม่จำเป็นต้องมี เบล อีกต่อไป

เมื่อพิจารณ์แล้ว อาซาร์ ที่ปัจจุบันยังหนุ่มและแน่นกว่า แถมสภาพร่างกายก็ดีกว่า ไหนจะความสามารถเฉพาะตัวที่โดดเด่นกว่า นั่นยิงมีเหตุผลที่ทำให้ ซีดาน มองแล้วว่าพวกเขามีนักเตะที่สมบูรณ์แบบสำหรับการสร้าง “กาลาคติกอส” ยุคใหม่ถึงขนาดชื่นชม อาซาร์ แบบออกสื่อเลยว่า

“เอเดน อาซาร์ เป็นสุดยอดนักเตะตัวจริงที่มีความสามารถในการทำประตูสูง อีกทั้งยังสร้างความแตกต่างให้เกิดขึ้นได้ในระหว่างเกมด้วย ตลอดเส้นทางค้าแข้งอันยาวนานของ อาซาร์ เขาแสดงให้เห็นถึงคุณภาพระดับนั้นมาโดยตลอดจนกระทั่งได้ทำงานร่วมกันที่ มาดริด”

อย่างไรก็ดี ในฐานะอดีตนักเตะซูเปอร์สตาร์ของโลก ซีดาน ไม่ลืมที่จะเตือนรุ่นน้องให้ทุ่มเทและพัฒนาฝีเท้าตัวเองต่อไป เนื่องจากการได้มาอยู่ในสโมสรใหญ่ ยิ่งทำให้เขาต้องพัฒนาตัวเองให้มากกว่าเดิม เหมือนกับครั้งที่ ซีดาน เคยย้ายจาก ยูเวนตุส มาอยู่กับ เรอัล มาดริด ซึ่งอายุก็รุ่นราวคราวเดียวกันที่ 28-29 ปี

“สำคัญกว่านั้นคือ อาซาร์ จำเป็นต้องมาอยู่กับทีมอย่าง เรอัล มาดริด เพื่อยกระดับฝีเท้าตัวเองให้แข็งแกร่งขึ้น เพราะสโมสรของเรามีความพิเศษเหนือกว่าใครในโลกใบนี้อย่างชัดเจน ตอนที่ผมย้ายจาก ยูเวนตุส มาอยู่ มาดริด ก็ปาเข้าไปตั้งอายุ 29 แล้วแต่กลับรู้สึกว่าฝีเท้าพัฒนาสูงขึ้นเรื่อย ๆ แบบหยุดไม่อยู่ตลอดทั้ง 5 ปีเลยทีเดียว ในเมื่อสิ่งนี้เคยเกิดขึ้นกับผมมาแล้วจึงมั่นได้เลยว่า อาซาร์ เองก็ไม่ต่างกัน”

ไม่ง่าย แต่คงไม่ยาก ! 2 เหตุผลที่ บาเยิร์น จะป้องกันแชมป์ บุนเดสลีกา เยอรมัน

ฟุตบอลบุนเดสลีกา เยอรมัน ถือเป็นอีก 1 ลีก ที่การแข่งขันของพวกเขาสูงใช้ได้ แม้ว่าช่วงหลัง ๆ จะมีแค่ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ กับ บาเยิร์น มิวนิค ที่คอยแยงแชมป์กัน แต่ 1-2 ปีมานี้ อาร์เบ ไลป์ซิก พัฒนาทีมของพวกเขาอย่างก้าวกระโดดและขยับมาเป็นทีมที่มีโอกาสลุ้นแชมป์ด้วยเช่นกัน รวมไปถึง ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น ที่เป็นเสี้ยนหนามเบอร์ต้นคอยตัดแต้มบรรดาบิ๊กทีม ข้อมูลจาก บุนเดสลีกา เยอรมัน 2019 ข่าวฟุตบอล

แชมป์เก่าอย่าง เสือใต้ บาเยิร์น มิวนิค เบียด เสือเหลือง โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ แซงช่วงโค้งสุดท้ายปาดหน้าคว้าแชมป์ บุนเดสลีกา เยอรมัน ฤดูกาล 2018/19 ไปครองชนิดที่ต้องลุ้นกันจนถึงนัดสุดท้ายของฤดูกาล

แน่นอนว่าฤดูกาลที่ผ่านมาไม่ใช่งานง่ายเลยของ บาเยิร์น มิวนิค แต่นั่นเป็นเพียงฤดูกาลแรกภายใต้การทำงานของ นิโก้ โควัช ด้วยผลงาน 34 เกม ชนะ 24 เสมอ 6 แพ้ 4 ยิง 88 ประตู เสีย 34 ประตู เก็บ 78 แต้ม ในศึกบุนเดสลีกา เยอรมัน ก็ถือว่าดีใช้ได้

ฤดูกาลที่กำลังจะมาถึงนี้พวกเขามีงานหนักที่ต้องทำอีกเท่าตัว เพราะคู่แข่งตัวฉกาจอย่าง โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ เสริมแกร่งเป็นว่าเล่น

สำหรับบทความนี้ ขอวิเคราะห์ 2 เหตุผลที่ บาเยิร์น มิวนิค จะป้องกันแชมป์ บุนเดสลีกา เยอรมัน 2019/20 รายงานจาก บุนเดสลีกา เยอรมัน 2019 อัตราต่อรอง

2. การเสริมทัพที่ตรงจุด

จริง ๆ การเสริมทัพของ บาเยิร์น ยังไม่คึกคักและเป็นทางการอะไรมากนัก แต่ล่าสุดพวกเขาจัดการคว้า เบนฌาแมง ปาวาร์ แบ็คขวาดีกรีแชมป์โลก มาร่วมทัพด้วยสัญญา 5 ปี การเสริมทัพแข้งรายนี้ถือเป็นการเสริมทัพที่ตรงจุดพอสมควร เพราะฤดูกาลที่ผ่านมา โจชัว คิมมิช ต้องถอยลงไปเล่นเป็นแบ็คขวาจำเป็นตลอดทั้งซีซั่น ซึ่งถามว่าผลงานดีมั้ยก็ต้องตอบว่าดีมาก แต่ด้วยทักษะและเทคนิคการเล่นของ คิมมิช บวกกับตำแหน่งที่เขาถนัดคือมิดฟิลด์ตัวกลาง ทำให้การมาของ ปาวาร์ด จะส่งให้ คิมมิช ได้วาดลวดลายอย่างเต็มที่ และแบ็คขวาจะเพิ่มประสิทธิภาพขึ้นไปอีก

อย่างที่กล่าวไปข้างต้นว่าการเสริมทัพยังไม่จบแค่นี้แน่นอน ขอพูดถึงข่าวลือสักหน่อย หากการเสริมทัพเป็นไปตามข่าวลือจริง รับรองได้เลยว่า เสือใต้ จะแกร่งขึ้นอีกเท่าตัว ไม่ว่าจะเป็น เลรอย ซาเน่ หรือ นิโคลัส เปเป้ ล้วนแล้วแต่เป็นริมเส้นในอุดมคติของเสือใต้ แบบตรงสเป็ค นอกจากนี้ยังมีข่าวพัวพันกับ แกเร็ธ เบล อีกราย แต่ 1 ใน 3 คนนี้เป็นไปได้สูงว่า เสือใต้ จะจริงจังและคว้ามาจนได้ จากเหตุผลที่ว่า อาร์เยน ร็อบเบน และ ฟร็องค์ ริเบรี่ อำลาทีมไปแล้วนั่นเอง

1. ลงล็อค

ลงล็อคในที่นี้หมายถึง นิโก้ โควัช น่าจะเข้าใจนักเตะในทีมมากขึ้นหลังทำงานร่วมกันมา 1 ฤดูกาลเต็ม และช่วงต้นฤดูกาลที่ผ่านมา นิโก้ โควัช มีข่าวลือเรื่องการโดนปลดแต่ก็ยังได้รับโอกาส ตรงนี้เป็นข้อสำคัญอย่างมากว่ากุนซือรายนี้จะต้องทำการบ้านหนักมาก ๆ เพื่อพิสูจน์ตัวเองกับแฟนบอลและบอร์ดบริหารในส่วนของความกดดันนั้น นิโก้ โควัช แบกมาเต็ม ๆ 1 ฤดูกาล ตรงนี้น่าจะเป็นเรื่องเล็กน้อยมากสำหรับ นิโก้ โควัช

รอชมฟอร์ม 5 มิดฟิลด์ตัวกลาง ลุ้นสร้างผลงานเด่นในฤดูกาลใหม่

นักเตะซุปเปอร์สตาร์ ส่วนใหญ่ที่ถูกพูดถึงและมีคนรู้จักในวงกว้างส่วนใหญ่จะมาจากตำแหน่งกองหน้า หรือกองหน้ากึ่งปีกในยุคสมัยใหม่ แต่ตำแหน่งกองกลางในยุคสมัยนี้ก็มีส่วนสำคัญในเกมฟุตบอลสมัยใหม่เช่นกัน และนี่คือ 5 กองกลางที่น่าจะตามองในลีกยุโรป ฤดูกาลนี้

ปอล ป็อกบา

ตกเป็นข่าวต้องการย้ายออกจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ อย่างต่อเนื่อง หลังจากสโมสรไม่สามารถคว้าตั๋วไปเล่นยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ในปีนี้ได้ ล่าสุด มาร์ก้า สื่อกีฬาดังของประเทศสเปน รายงานข่าวว่า เรอัล มาดริด เตรียมระดมทุนซื้อ ปอล ป็อกบา กองกลาง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มาเข้าถิ่น ซานติอาโก้ เบร์นาเบว

สำหรับ ป็อกบา เป็นเป้าหมายที่ ซีเนดีน ซีดาน กุนซือ “ราชันชุดขาว” ต้องการดึงมาสร้าง กาลาคติกอส ยุคใหม่ แต่ติดปัญหาที่ซัมเมอร์นี้ใช้งบประมาณไปเยอะแล้วกับการดึงสตาร์อย่าง เอแด็น อาซาร์, เอแดร์ มิลิเตา, ลูก้า โยวิช, โรดรีโก้ โกเอส และ แฟร์กล็องด์ เมนดี้ มาเสริมทัพ

คริสเตียน อิริคเซ่น

มิดฟิลด์ทีมชาติเดนมาร์ค จากลีกลูกหนังเมืองผู้ดีเป็นอีกรายที่มีข่าวจะย้ายทีมอย่างต่อเนื่อง โดยเป็นเป้าหมายของ เรอัล มาดริด เช่นกัน และมีรายงานว่า เอเยนต์ส่วนตัวของเขาได้เดินทางไปยังกรุงมาดริด ประเทศสเปน แล้ว เพื่อเปิดเจรจาเงื่อนไขส่วนตัวกับยอดทีม “ราชันชุดขาว” แล้ว

ปัจจุบันสตาร์ทีมชาติเดนมาร์ก วัย 26 ปี ปัจจุบันเหลือสัญญากับ สเปอร์ส ในลีกอังกฤษอีก 1 ปี และสโมสรก็ต้องการที่จะจับเขาขยายข้อผูกมัดออกไป แต่จนถึงตอนนี้ทั้ง 2 ฝ่ายก็ยังตกลงกันไม่ได้

อองตวน กรีซซ์มันน์

หลังจากอยู่เป็นซูเปอร์สตาร์ของ แอตเลติโก้ มาดริด มานานหลายปี ในที่สุด อองตวน กรีซซ์มันน์ ก็ได้ฤกษ์ย้ายไปค้าแข้งกับ บาร์เซโลน่า ในซีซั่นนี้ โดยทีมอาซูลกรานา ได้ตั้งค่าฉีกสัญญาของดาวเตะแชมป์โลกรายนี้ไว้ที่ 800 ล้านยูโร เลยทีเดียว

ส่วนแข้งเลือดน้ำหอมจะสวมเสื้อหมายเลข 17 ที่เคยมีนักเตะอย่าง เปโดร, กาอิซก้า เม็นดิเออต้า, เอ็มมานูเอล เปอตีต์ และ เอ็มมานูเอล อมูนิเก้ เคยสวมใส่มาแล้ว

โรดรี้

ในที่สุด แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ก็ตามหากองกลางที่จะเข้ามาเป็นตัวแทนของ แฟร์นันดินโญ่ ได้เสียทีหลังจากซีซั่นที่แล้ว พวกเขาต้องพลาดตัว จอร์จินโญ่ ที่ตัดสินใจย้ายไปเชลซี แต่ปีนี้ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า เพิ่งได้ตัว โรดรี้ มิดฟิลด์เชิงสูงจากสเปน มาใช้งาน

ทั้งนี้หลังจากประเดิมสนามในเกมพรีเมียร์ลีก เอเชีย โทรฟี่ ไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ค่อนข้างพอใจกับฟอร์มของแข้งใหม่รายนี้ ซึ่งการมาของเจ้าตัวถูกวางให้เข้ามาเป็นตัวแทนของ แฟร์นันดินโญ่ ในระยะยาว ซึ่ง เป๊ป พอใจฟอร์มแข้งคนใหม่และหวังว่าจะอยู่กับทีมไปยาวๆ

เอ็นโกโล่ กองเต้

ในยุคของ เมาริซิโอ ซาร์รี่ เอ็นโกโล่ กองเต้ มิดฟิลด์ตัวรับที่ดีที่สุดในโลก ถูกกุนซืออิตาเลี่ยน ขยับขึ้นเป็นมิดฟิลด์แบบบ็อกซ์ทูบ็อกซ์ ทำให้ผลงานไม่โดดเด่นเหมือนที่ผ่านมา แต่ฤดูกาลนี้ ภายใต้การคุมทัพของ แฟร้งก์ แลมพาร์ด เขาจะได้กลับมายืนในตำแหน่งที่ดีที่สุดอีกครั้งแน่นอน